
MiTrade เป็นโบรกเกอร์ CFD ที่ก่อตั้งในประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2011 และได้รับความนิยมจากนักลงทุนมือใหม่ เนื่องจากมีแพลตฟอร์มเทรดที่พัฒนาขึ้นเอง ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง MT4 หรือ MT5 ก็สามารถเริ่มซื้อขายได้ทันทีผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันบนมือถือ
จุดเด่นของ MiTrade คือการได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง เช่น ASIC และ CySEC รวมถึงมีสินทรัพย์ให้เลือกเทรดหลากหลาย ทั้ง Forex หุ้น ดัชนี ทองคำ น้ำมัน และ Cryptocurrency อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมของนักเทรดที่จริงจัง MiTrade ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน เช่น ไม่รองรับ EA, ไม่มี Copy Trading และใช้ได้เฉพาะแพลตฟอร์มของบริษัทเองเท่านั้น
ข้อดี
- ได้รับใบอนุญาตจาก ASIC และ CySEC ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลระดับ Tier-1 รวมถึงมีใบอนุญาตอื่นอีกหลายแห่ง ทำให้มีความน่าเชื่อถือในระดับที่ดี
- แอปพลิเคชันใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น
- รองรับภาษาไทยและมีทีมงานซัพพอร์ตภาษาไทย
- มีบัญชีทดลอง (Demo Account)
- มีบทเรียนและสื่อการเรียนรู้สำหรับมือใหม่
- สินทรัพย์ให้เลือกเทรดหลากหลาย ทั้ง Forex หุ้น ดัชนี ทองคำ น้ำมัน และคริปโต
ข้อเสีย
- ไม่รองรับ MT4 และ MT5
- ไม่สามารถติดตั้ง EA หรืออินดิเคเตอร์แบบกำหนดเองได้
- ไม่มีระบบ Copy Trading
- Leverage สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับโบรกเกอร์ Forex หลายราย
- การถอนเงินมีผู้ใช้งานบางส่วนรายงานว่าใช้เวลาหลายวัน และมีรีวิวเกี่ยวกับความล่าช้าอยู่พอสมควร แม้บริษัทระบุว่าระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงิน
- ช่วงข่าวแรง Spread อาจขยายกว้างกว่าปกติ
ปีก่อตั้ง
- ก่อตั้งเมื่อปี 2011
สำนักงานใหญ่
MiTrade มีจุดเริ่มต้นจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และปัจจุบันดำเนินธุรกิจผ่านหลายบริษัทในแต่ละภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายของแต่ละประเทศ
ใบอนุญาตและหน่วยงานกำกับดูแล
MiTrade ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานหลายแห่ง ได้แก่
- ASIC (Australia)
- CySEC (Cyprus)
- CIMA (Cayman Islands)
- FSC Mauritius
การมีใบอนุญาตจาก ASIC และ CySEC ถือเป็นจุดแข็ง เพราะเป็นหน่วยงานกำกับดูแลที่มีมาตรฐานสูงในอุตสาหกรรมการเงิน
ความน่าเชื่อถือ
ในภาพรวม MiTrade ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือในระดับดี เนื่องจากได้รับใบอนุญาตจากหลายประเทศ และมีการแยกเก็บเงินของลูกค้าออกจากบัญชีบริษัท (Segregated Account)
อย่างไรก็ตาม บริษัทเปิดเผยข้อมูลบางส่วนค่อนข้างจำกัด เช่น รายละเอียดผู้บริหารหรือข้อมูลเชิงลึกขององค์กร อีกทั้งรีวิวจากผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งมักกล่าวถึงปัญหาการถอนเงินที่ใช้เวลานาน มากกว่าประเด็นเรื่องการปฏิเสธการถอนเงินหรือการโกง ซึ่งสะท้อนว่าความกังวลหลักอยู่ที่ประสิทธิภาพการให้บริการมากกว่าความปลอดภัยของเงินทุน
สินค้าที่สามารถเทรดได้
MiTrade รองรับการซื้อขายสินทรัพย์หลายประเภท ได้แก่
- Forex ✓
- หุ้น CFD ✓
- ดัชนี ✓
- ทองคำ ✓
- น้ำมัน ✓
- สินค้าโภคภัณฑ์ ✓
- Cryptocurrency ✓
ถือว่าเพียงพอสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตในแพลตฟอร์มเดียว
แพลตฟอร์มการเทรด
MiTrade เลือกใช้แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเอง
รองรับ
- WebTrader
- Windows
- Mac
- Android
- iOS
ข้อดีคือใช้งานง่ายและเหมาะกับมือใหม่ แต่ข้อเสียคือไม่รองรับ EA, Indicator เสริม และ Script ต่าง ๆ เหมือน MT4 หรือ MT5
ค่า Spread และค่าธรรมเนียม
MiTrade ไม่มีการเก็บ Commission สำหรับการเทรด CFD โดยรายได้หลักมาจากค่า Spread
จากการเปรียบเทียบกับโบรกเกอร์สาย Forex หลายแห่ง
- ค่า Spread ของคู่เงินหลักอยู่ในระดับปานกลาง
- ทองคำและคริปโตมีต้นทุนค่อนข้างสูง
- ช่วงประกาศข่าวสำคัญ Spread มีโอกาสขยายตัวมากกว่าปกติ
ดังนั้น หากคุณเป็นสาย Scalping หรือเปิดออเดอร์ถี่ ๆ ต้นทุนการเทรดอาจสูงกว่าโบรกเกอร์ที่มีบัญชี Raw Spread

Spread ทองถือว่าค่อนข้างแพงมาก เมื่อเทียบกับโบรกอื่นๆ (3 อันดับ โบรกเกอร์ Forex ที่มีค่าสเปรด (Spread) ต่ำที่สุด)
การฝากถอน
MiTrade รองรับ
- โอนผ่านธนาคาร
- บัตรเครดิต/เดบิต
- ช่องทางชำระเงินออนไลน์ในบางประเทศ
โดยทั่วไปการฝากเงินทำได้ค่อนข้างสะดวก แต่ในด้านการถอนเงิน มีรีวิวจากผู้ใช้งานบางส่วนระบุว่าต้องรอหลายวัน ขณะที่บริษัทชี้แจงว่าระยะเวลาขึ้นอยู่กับธนาคารและช่องทางการรับเงิน
ช่องทางการติดต่อ
- Live Chat
- Help Center
มีทีมซัพพอร์ตภาษาไทย แต่โดยปกติจะเริ่มต้นด้วย AI Chat ก่อนเชื่อมต่อเจ้าหน้าที่
MiTrade เหมาะกับใคร?
MiTrade เหมาะสำหรับ
- ผู้เริ่มต้นลงทุน
- ผู้ที่ต้องการแพลตฟอร์มใช้งานง่าย
- นักลงทุนที่ต้องการเทรดหลายสินทรัพย์ในแอปเดียว
- ผู้ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ MT4 หรือ MT5
แต่หากคุณเป็นนักเทรดที่ใช้ EA, Indicator ขั้นสูง, Copy Trading หรือเน้น Scalping MiTrade อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่าโบรกเกอร์สาย Forex โดยเฉพาะ
สรุป
MiTrade เป็นโบรกเกอร์ที่เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่มากกว่านักเทรดมืออาชีพ จุดเด่นคือความน่าเชื่อถือจากการได้รับใบอนุญาตหลายแห่ง แพลตฟอร์มใช้งานง่าย และมีสินทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย แต่ในอีกด้านหนึ่ง การไม่รองรับ MT4/MT5, ไม่มี Copy Trading รวมถึงต้นทุนการเทรดของบางสินทรัพย์และประเด็นเรื่องความเร็วในการถอนเงิน ทำให้ยังเสียเปรียบโบรกเกอร์ Forex ชั้นนำหลายราย
หากคุณต้องการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและไม่เน้นการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง MiTrade ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หากเป็นสาย Scalping, EA หรือ Algorithmic Trading อาจควรพิจารณาโบรกเกอร์ที่รองรับ MetaTrader และมีต้นทุนการเทรดที่ต่ำกว่า




