Margin Call คืออะไร
Margin Call คือ สถานะที่โบรกเกอร์แจ้งเตือนว่า เงินคงเหลือ (Equity) ในบัญชีของคุณเหลือน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับมาร์จิ้นที่ใช้ (Used Margin) ทำให้คุณมีความเสี่ยงที่จะถูกปิดออเดอร์ หากตลาดยังเคลื่อนไหวสวนทางต่อไป
พูดง่าย ๆ คือ “เงินในพอร์ตใกล้หมดแล้ว ต้องเติมเงินหรือลดความเสี่ยง”
Margin Call เกิดขึ้นได้อย่างไร?
สมมติว่า
- เงินฝาก (Balance) = 1,000 USD
- เปิดออเดอร์จนใช้ Margin = 500 USD
- โบรกเกอร์กำหนด Margin Call ที่ 100%
หากราคาวิ่งสวนทางจน Equity เหลือ 500 USD
สูตรคือ
Margin Level = (Equity ÷ Used Margin) × 100
ดังนั้น
(500 ÷ 500) × 100 = 100%
เมื่อ Margin Level เหลือ 100% ก็จะเข้าสู่ระดับ Margin Call
Margin Call กับ Stop Out ต่างกัMargin Call คืออะไรนอย่างไร?
หลายคนมักสับสนระหว่าง 2 คำนี้
- Margin Call = แจ้งเตือนให้รู้ว่าพอร์ตเริ่มอันตราย
- Stop Out = โบรกเกอร์เริ่มปิดออเดอร์อัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบ
ตัวอย่าง
- Margin Call = 100%
- Stop Out = 30%
หาก Equity ลดลงต่อจน Margin Level เหลือ 30% โบรกเกอร์จะทยอยปิดออเดอร์ที่ขาดทุนมากที่สุดก่อน
อะไรเป็นสาเหตุให้เกิด Margin Call?
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
- เปิด Lot ใหญ่เกินเงินทุน
- เปิดหลายออเดอร์พร้อมกัน
- ไม่ตั้ง Stop Loss
- ถือออเดอร์ขาดทุนเป็นเวลานาน
- ใช้ Leverage สูงเกินไป
วิธีหลีกเลี่ยง Margin Call
- ใช้ขนาด Lot ให้เหมาะกับเงินทุน
- ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง
- อย่าใช้ Leverage สูงเกินความจำเป็น
- ไม่เปิดหลายออเดอร์จนใช้ Margin มากเกินไป
- รักษา Margin Level ให้อยู่สูงกว่า 300–500% หากเป็นไปได้ เพื่อให้มีพื้นที่รองรับความผันผวนของตลาด
สรุป
Margin Call คือ สัญญาณเตือนว่าบัญชีเทรดของคุณมีเงินเหลือน้อยเมื่อเทียบกับมาร์จิ้นที่ใช้ หากปล่อยให้ขาดทุนต่อไปจนถึงระดับ Stop Out โบรกเกอร์จะปิดออเดอร์อัตโนมัติ การบริหารความเสี่ยง เช่น การใช้ Lot ที่เหมาะสม ตั้ง Stop Loss และไม่ใช้ Leverage สูงเกินไป จะช่วยลดโอกาสเกิด Margin Call และป้องกันพอร์ตเสียหายรุนแรงได้




