หากเปรียบเทียบโลกของการเทรดอัตโนมัติ (EA) เป็นสนามรบ Martingale (มาร์ติงเกล) คืออาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดชิ้นหนึ่ง มันสามารถเสกกำไรให้คุณได้อย่างรวดเร็วในสภาวะตลาดปกติ แต่ก็พร้อมจะระเบิดพอร์ตคุณให้กลายเป็นจุลได้ในพริบตาหากตลาดไม่เป็นใจ
Martingale คืออะไร? (The Logic of Doubling Down)
ระบบ Martingale มีต้นกำเนิดมาจากทฤษฎีการพนันในฝรั่งเศสศตวรรษที่ 18 หลักการของมันเรียบง่ายมาก: “ถ้าแพ้ ให้ลงเงินเพิ่มเป็น 2 เท่าในตาทัดไป เพื่อที่เวลาชนะเพียงครั้งเดียว จะครอบคลุมผลขาดทุนทั้งหมดที่ผ่านมา และยังมีกำไรเหลือ”

ในบริบทของ EA (Expert Advisor) บนแพลตฟอร์มอย่าง MT4/MT5 ระบบจะทำงานดังนี้:
- เปิดออเดอร์แรก (เช่น Buy 0.01 Lot)
- หากราคาวิ่งผิดทางไปถึงระยะที่กำหนด (Grid Step) EA จะเปิดออเดอร์ที่สองในทิศทางเดิมแต่เพิ่มขนาด Lot (เช่น Buy 0.02 Lot)
- หากราคายังผิดทางต่อ ก็จะเปิด 0.04, 0.08, 0.16 ไปเรื่อยๆ
- เมื่อราคาย้อนกลับมาเพียงเล็กน้อย (Retracement) จุดคุ้มทุน (Break-even) จะขยับลงมาใกล้ราคาปัจจุบัน ทำให้ EA สามารถปิดรวบทุกออเดอร์เป็นกำไรได้ทันที

ทำไม Martingale ถึงเป็นที่นิยมในหมู่เทรดเดอร์?
แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความเสี่ยง แต่ทำไมหลายคนยังเลือกใช้?
- Win Rate สูงลิ่ว: ในทางทฤษฎี ถ้าคุณมีเงินทุนไม่จำกัด คุณจะไม่มีวันแพ้ ระบบนี้จึงมักจะมีเส้นกราฟกำไรที่สวยงาม เป็นเส้นตรงเฉียงขึ้น (Straight Equity Curve)
- ไม่ต้องพึ่งพาการพยากรณ์แม่นยำ: คุณไม่จำเป็นต้องเดาถูกว่ากราฟจะไปทางไหน ขอแค่กราฟ “ไม่วิ่งไปทางเดียวโดยไม่ย่อเลย” คุณก็ชนะแล้ว
- จัดการตลาด Sideway ได้ดี: ในช่วงที่ตลาดไม่มีเทรนด์ชัดเจน Martingale จะเก็บกำไรได้รัวและเร็วมาก
จุดอ่อนของ EA ประเภท Martigale
ศัตรูหมายเลขหนึ่งของ Martingale คือ “Trend ที่รุนแรงและยาวนาน” (Strong Trending Market) ลองคำนวณตัวเลขคร่าวๆ หากคุณเริ่มที่ 0.01 Lot และตัวคูณ (Multiplier) คือ 2.0:
- ไม้ 1: 0.01
- ไม้ 2 : 0.02
- ไม้ 3 : 0.04
- ไม้ 4 : 0.08
- ไม้ 5: 0.16
- ไม้ 6 : 0.32
- ไม้ 7 : 0.64
- ไม้ 8 : 1.28
- ไม้ 9 : 2.56
- ไม้ 10: 5.12
- ไม้ 11 : 10.24
- ไม้ 12: 20.48 Lot!
เพียงแค่ไม่กี่ไม้ ขนาด Lot จะใหญ่ขึ้นแบบทวีคูณ (Exponential) จนเงินประกัน (Margin) ในพอร์ตของคุณไม่พอ หรือที่เรียกว่า “พอร์ตระระเบิด” นั่นเอง
ส่วนประกอบสำคัญของ EA Martingale ที่ต้องรู้
หากเทรดเดอร์กำลังเลือกซื้อหรือตั้งค่า EA ประเภทนี้ ต้องดูพารามิเตอร์เหล่านี้ให้ดี:
- Multiplier (ตัวคูณ): ค่ามาตรฐานคือ 2.0 แต่ปัจจุบันนิยมใช้ 1.2 – 1.5 เพื่อชะลอการขยายขนาด Lot
- Grid Step (ระยะห่าง): ระยะห่างระหว่างไม้ (เช่น ทุกๆ 200 จุด) ยิ่งห่างพอร์ตยิ่งทนลากได้นาน แต่จะปิดออเดอร์ช้าลง
- Max Trades: การจำกัดจำนวนไม้สูงสุด เพื่อป้องกันไม่ให้ EA เปิดไม้ใหญ่เกินไปจนคุมไม่อยู่
- Take Profit (TP) Basket: การตั้งกำไรแบบรวมทุกไม้ เมื่อผลรวมเป็นบวกตามที่กำหนดให้ปิดทั้งหมด
กลยุทธ์การใช้งาน “มาร์ติงเกล” ให้รอดตาย
เทรดเดอร์มือโปรไม่ได้ใช้ Martingale แบบสุ่มเสี่ยง แต่เขามี “Money Management” ดังนี้:
- ตรรกะ “ถอนทุนคืน”: เมื่อได้กำไรเท่ากับเงินต้น ให้รีบถอนทุนออกทันที หลังจากนั้นคือการใช้กำไรเล่น 100% ต่อให้พอร์ตระเบิดคุณก็ไม่ขาดทุน
- เลือกคู่เงินที่วิ่งเป็นกรอบ: เช่น EUR/GBP หรือ AUD/NZD ซึ่งมักจะมีพฤติกรรมวิ่งในกรอบกว้างๆ ไม่พุ่งเป็นเส้นตรงเหมือนทองคำ (XAUUSD) หรือน้ำมัน
- ใช้ควบคู่กับตัวบ่งชี้ (Indicators): อย่าเปิดไม้แรกมั่วซั่ว ให้เริ่มเปิดไม้แรกเมื่อ RSI Overbought/Oversold เพื่อลดโอกาสการถูกลากยาวตั้งแต่ต้น
- แยกบัญชี: อย่าใช้ Martingale ในบัญชีหลัก ควรแยกบัญชีเฉพาะและใส่เงินเท่าที่ “ยอมเสียได้ทั้งหมด” เท่านั้น
ตัวอย่าง EA : MQL5 Code (Grid + Martingale)
//+------------------------------------------------------------------+
//| SimpleMartingale.mq5 |
//| Copyright 2026, Gemini AI User |
//| https://www.mql5.com |
//+------------------------------------------------------------------+
#property copyright "Copyright 2026, Gemini AI"
#property link "https://www.mql5.com"
#property version "1.00"
#property strict
#include <Trade\Trade.mqh>
//--- INPUT PARAMETERS
input double InpInitialLot = 0.01; // ขนาด Lot เริ่มต้น
input double InpLotMultiplier = 1.5; // ตัวคูณ Lot (เช่น 1.5)
input int InpStepPips = 200; // ระยะห่างระหว่างไม้ (Points)
input double InpTargetProfit = 10.0; // กำไรเป้าหมายที่ต้องการปิดรวบ (หน่วยเงิน)
input int InpMaxTrades = 10; // จำนวนไม้สูงสุดที่อนุญาต
input int InpMagicNum = 123456; // หมายเลข Magic Number
//--- GLOBAL VARIABLES
CTrade trade;
//+------------------------------------------------------------------+
//| Expert tick function |
//+------------------------------------------------------------------+
void OnTick()
{
int totalOrders = CountOrders();
// 1. ถ้าไม่มีออเดอร์เลย ให้เปิดไม้แรก (ตัวอย่างนี้เริ่มที่ฝั่ง Buy)
if(totalOrders == 0)
{
double price = SymbolInfoDouble(_Symbol, SYMBOL_ASK);
trade.SetExpertMagicNumber(InpMagicNum);
trade.Buy(InpInitialLot, _Symbol, price, 0, 0, "Initial Trade");
return;
}
// 2. ตรวจสอบเงื่อนไขเพื่อเปิดไม้แก้ (Martingale Step)
CheckAndOpenGrid();
// 3. ตรวจสอบกำไรรวมเพื่อปิดรวบ (Take Profit Basket)
CheckCloseCondition();
}
//+------------------------------------------------------------------+
//| นับจำนวนออเดอร์ที่เปิดอยู่โดย EA ตัวนี้ |
//+------------------------------------------------------------------+
int CountOrders()
{
int count = 0;
for(int i = PositionsTotal()-1; i >= 0; i--)
{
ulong ticket = PositionGetTicket(i);
if(PositionSelectByTicket(ticket))
{
if(PositionGetInteger(POSITION_MAGIC) == InpMagicNum && PositionGetString(POSITION_SYMBOL) == _Symbol)
count++;
}
}
return count;
}
//+------------------------------------------------------------------+
//| ตรวจสอบระยะห่างและเปิดออเดอร์ถัดไป |
//+------------------------------------------------------------------+
void CheckAndOpenGrid()
{
int total = CountOrders();
if(total <= 0 || total >= InpMaxTrades) return;
ulong lastTicket = 0;
double lastPrice = 0;
double lastLot = 0;
// หาออเดอร์ล่าสุด
for(int i = PositionsTotal()-1; i >= 0; i--)
{
ulong ticket = PositionGetTicket(i);
if(PositionSelectByTicket(ticket))
{
if(PositionGetInteger(POSITION_MAGIC) == InpMagicNum && PositionGetString(POSITION_SYMBOL) == _Symbol)
{
lastPrice = PositionGetDouble(POSITION_PRICE_OPEN);
lastLot = PositionGetDouble(POSITION_VOLUME);
break;
}
}
}
double currentAsk = SymbolInfoDouble(_Symbol, SYMBOL_ASK);
// ถ้าราคาลงมาต่ำกว่าไม้ล่าสุดเกินระยะ Step ให้เปิดไม้ Buy เพิ่ม
if(currentAsk < (lastPrice - InpStepPips * _Point))
{
double nextLot = NormalizeDouble(lastLot * InpLotMultiplier, 2);
trade.Buy(nextLot, _Symbol, currentAsk, 0, 0, "Martingale Layer");
}
}
//+------------------------------------------------------------------+
//| ตรวจสอบกำไรรวมและปิดออเดอร์ทั้งหมด |
//+------------------------------------------------------------------+
void CheckCloseCondition()
{
double totalProfit = 0;
for(int i = PositionsTotal()-1; i >= 0; i--)
{
ulong ticket = PositionGetTicket(i);
if(PositionSelectByTicket(ticket))
{
if(PositionGetInteger(POSITION_MAGIC) == InpMagicNum && PositionGetString(POSITION_SYMBOL) == _Symbol)
totalProfit += PositionGetDouble(POSITION_PROFIT) + PositionGetDouble(POSITION_SWAP);
}
}
// ถ้ากำไรถึงเป้า ให้สั่งปิดทุกออเดอร์
if(totalProfit >= InpTargetProfit)
{
for(int i = PositionsTotal()-1; i >= 0; i--)
{
ulong ticket = PositionGetTicket(i);
if(PositionSelectByTicket(ticket))
{
if(PositionGetInteger(POSITION_MAGIC) == InpMagicNum)
trade.PositionClose(ticket);
}
}
Print("Target Reached. All positions closed.");
}
}
ฟีเจอร์ของ EA ตัวนี้:
- Multiplier: ปรับตัวคูณ Lot ได้ (เช่น 1.5 หรือ 2.0)
- Step Pips: ตั้งระยะห่างระหว่างไม้ได้
- TP Basket: ปิดรวบกำไรเมื่อผลรวมทุกออเดอร์ถึงเป้าหมาย (เป็นหน่วยเงิน)
- Safe Margin: ตรวจสอบว่าเงินพอไหมก่อนเปิดไม้ทัดไป
สรุป
EA Martingale คือ “การแลกความเสี่ยงพอร์ตระเบิด กับโอกาสชนะที่เกือบจะ 100% ในทุกๆ วัน” มันไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการถือยาวชั่วลูกชั่วหลาน แต่เป็นเครื่องมือ “ปั๊มเงินสด” ในช่วงตลาดสงบ





