
ในทางเทคนิคแล้ว Free Margin ไม่สามารถติดลบได้เกินกว่าระดับที่โบรกเกอร์กำหนดไว้ครับ เพราะทันทีที่มันเริ่มติดลบ (หรือลดลงจนถึงจุดวิกฤต) ระบบจะบังคับปิดออเดอร์ของคุณทันที
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราต้องเข้าใจความหมายของ Free Margin ก่อนครับ:
Free Margin คืออะไร?
Free Margin คือ “อำนาจซื้อที่เหลืออยู่” หรือเงินส่วนที่ยังไม่ได้ถูกใช้เป็นหลักประกัน (Used Margin) คำนวณจาก:
Free Margin ติดลบได้ไหม?
คำตอบ คือ : ติดลบไม่ได้ครับ
ในโปรแกรมเทรดส่วนใหญ่ เมื่อค่า Equity (เงินทุนรวมกำไร/ขาดทุนปัจจุบัน) มีค่าน้อยกว่า Used Margin (เงินประกันที่วางไว้) ค่า Free Margin จะแสดงเป็น 0 หรือเริ่มเข้าใกล้จุดที่เรียกว่า Margin Call
ลำดับเหตุการณ์เมื่อ Free Margin เริ่มหมดลง
เมื่อคุณเปิดออเดอร์แล้วราคาวิ่งผิดทาง Free Margin จะลดลงเรื่อย ๆ ตามลำดับดังนี้:
-
Free Margin เหลือ 0: คุณจะไม่สามารถเปิดออเดอร์ใหม่ได้อีก แต่สถานะเดิมที่เปิดไว้ยังคงอยู่
-
Margin Level ลดลงต่ำกว่า 100%: ระบบจะถือว่า Free Margin ติดลบ (ในเชิงทฤษฎี) และคุณจะได้รับ Margin Call (คำเตือนให้เติมเงินหรือปิดออเดอร์)
-
Margin Level ลดลงถึงจุด Stop Out (เช่น 30% – 50%): โบรกเกอร์จะเริ่ม “ล้างพอร์ต” หรือตัดออเดอร์ทิ้งเพื่อรักษาเงินประกันที่เหลืออยู่
ความเข้าใจผิด : “Free Margin ติดลบเยอะๆ ได้ไหม?”
เทรดเดอร์บางคนเห็นตัวเลขในช่อง Free Margin เป็นตัวเลขติดลบในบางแพลตฟอร์ม แต่นั่นเป็นเพียงตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่บอกว่า “คุณมีเงินทุน (Equity) ไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมเงินประกัน (Used Margin) แล้ว” > สรุปคือ: คุณไม่สามารถปล่อยให้ Free Margin ติดลบไปได้เรื่อย ๆ ครับ เพราะโบรกเกอร์จะไม่ยอมขาดทุนไปกับคุณ เมื่อเงินทุนของคุณเหลือไม่พอค้ำประกันออเดอร์ ระบบจะสั่งปิดงานทันที
วิธีป้องกันไม่ให้ Free Margin หมด
- ใช้ Leverage อย่างเหมาะสม : ยิ่ง Leverage สูง Used Margin จะน้อย ทำให้ Free Margin ดูเหมือนเยอะ แต่ความเสี่ยงก็สูงขึ้น
- ตั้ง Stop Loss เสมอ : เพื่อไม่ให้ Equity ลดลงจนไปเบียดบัง Free Margin
- ไม่เปิดออเดอร์ซ้ำซ้อน (Overtrade) : เพราะทุกออเดอร์ที่เปิดจะไปดึงเงินจาก Free Margin มาเป็น Used Margin





