
Fibonacci Retracement คือ เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) ที่เทรดเดอร์ทั่วโลกนิยมใช้เพื่อหา “แนวรับ” และ “แนวต้าน” โดยอิงจากสัดส่วนตัวเลขทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence)
หลักการ คือ เมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง (เป็นเทรนด์) ราคาจะไม่วิ่งเป็นเส้นตรง แต่จะมีการ “ย่อตัว” หรือ “พักฐาน” (Retracement) เสมอ เครื่องมือนี้จะช่วยคาดการณ์ว่าราคาจะย่อตัวลงมาถึงจุดไหน แล้วมีโอกาสกลับตัวเพื่อไปต่อตามเทรนด์เดิม

วิธีการวาด Fibonacci Retracement
เครื่องมือนี้จะทำงานได้ดีที่สุดในตลาดที่เป็น “เทรนด์” ชัดเจน (Trending Market) โดยมีวิธีการลากเส้นดังนี้ครับ:

- ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend): ลากจากจุดต่ำสุด (Swing Low) ไปยังจุดสูงสุด (Swing High) เพื่อหาแนวรับว่าราคาจะย่อลงมาพักที่ระดับไหนก่อนจะขึ้นต่อ
- ในแนวโน้มขาลง (Downtrend): ลากจากจุดสูงสุด (Swing High) ลงไปยังจุดต่ำสุด (Swing Low) เพื่อหาแนวต้านว่าราคาจะรีบาวด์ขึ้นไปติดที่ตรงไหนก่อนจะลงต่อ
ทำไม Fibonacci ถึงแม่นยำ?
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจาก “จิตวิทยาหมู่” ครับ เนื่องจากเทรดเดอร์ สถาบันการเงิน และ Robot Trade จำนวนมากตั้งคำสั่งซื้อขายไว้ที่ระดับเหล่านี้ เมื่อราคามาถึงจุดที่มีคนรอ Action พร้อมกันเยอะ ๆ ราคาจึงมักจะเกิดการซื้อขายที่จุดนั้นอย่างมีนัยสำคัญ
💡 คำแนะนำ: ไม่ควรใช้ Fibonacci เพียงตัวเดียวในการตัดสินใจ ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น แนวรับแนวต้านแนวนอน, เส้นค่าเฉลี่ย (EMA) หรือ รูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns) เพื่อเพิ่มความแม่นยำ
เทคนิคเทรดด้วย Fibonacci ให้ได้กำไร
เทคนิคที่ 1: การหาจุดย่อตัวเพื่อเข้าซื้อ (Buy on Dip)
เน้นการหาจังหวะที่ราคาพักตัวลงมาแตะระดับ 50%$หรือ 61.8% ในแนวโน้มขาขึ้นเพื่อหาจังหวะ Buy
เทคนิคที่ 2: ใช้ควบคู่กับแนวรับแนวต้าน (Confluence Zone)
ความแม่นยำจะสูงขึ้นมากหากระดับ Fibonacci ไปตรงกับแนวรับหรือแนวต้านในอดีต (Horizontal Support/Resistance)
เทคนิคที่ 3: การใช้ Fibonacci ร่วมกับ กราฟแท่งเทียน
ใช้ร่วมกับ รูปแบบกราฟแท่งเทียนกลับตัว (เช่น Pin Bar หรือ Engulfing) ที่บริเวณแนว Fibonacci
ข้อควรระวังในการใช้ Fibonacci
- Time Frame: ยิ่งใช้ใน Time Frame ใหญ่ (เช่น Day หรือ 4H) ระดับ Fibo จะยิ่งมีความแม่นยำสูงกว่าใน TF เล็กๆ








